วันเฮงกินยารักษาดูอาการ ยุ่นท้าชิง

วันเฮงกินยารักษาดูอาการ ยุ่นท้าชิง
วันเฮงกินยารักษาดูอาการ ยุ่นท้าชิง
วันเฮงกินยารักษาดูอาการ ยุ่นท้าชิง

วันเฮงกินยารักษาดูอาการ ยุ่นท้าชิง หลังจากที่ วันเฮง ซีพีเอฟ(มีนะโยธิน)แชมป์โลก WBCรุ่น 105 ปอนด์ประกาศแขวนนวม ก่อนจะเปลี่ยนใจเข้าหาหมอเพื่อตรวจและรักษาอาการบาดเจ็บ แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะไปต่อหรือพอแค่นี้ ล่าสุดเมื่อวันอังคารที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา ณ ร.พ.เปาโล สะพานควาย วันเฮง ได้ให้สัมภาษณ์สื่อเปิดใจเป็นครั้งแรกว่า

ตนไม่ได้อยากเลิกมวย ทว่าอาการบาดเจ็บนั้นทำให้ตนรู้ดีว่า จะมีผลต่อฟอร์มการชก จากนี้ไปคงต้องรอดูอาการว่า รักษาอย่างไร รักษาแล้วจะสามารถชกมวยต่อไปได้หรือไม่ นอกจากนี้ยังขอบคุณแฟนมวยทุกคนที่ให้กำลังใจมาอย่างไม่ขาดสาย ขณะที่ น.พ.ตุ๋ย รุ่งเจริญ เผยว่าเบื้องต้นจะยังไม่ผ่าตัด โดยให้ทานยารักษาอาการไปก่อน แล้วติดตามผลอย่างต่อเนื่อง

วันเฮง ยกเครื่องเช็คฟิตเจ็บดั้งนิดเดียว แต่เจ้าตัวเปิดใจ “ผมเบื่อ !! ถ้าชกปีละไฟต์” โลกตะลึง “เดอะ ซัน” ตีข่าว อีก 5 ไฟต์ “ยักษ์แคระ”จะทำลายสถิติตลอดกาลของโลก “เสี่ยตังค์” พร้อมหนุนต่อ ญี่ปุ่นเช็คข่าวอยากท้าชิง

ความคืบหน้า “ยักษ์แคระ” วันเฮง ซีพีเอฟ แชมเปี้ยน สภามวยโลก (WBC) รุ่นเล็กสุดพิกัด 105 ปอนด์ แต่เป็นเจ้าของสถิติโลก แชมเปี้ยนไร้พ่ายในปัจจุบัน(สถิติชนะรวด 50 ไฟต์ (18 Ko) หลังจู่ๆเจ้าตัวประกาศคิดอยากแขวนนวม จึงโพสต์ข้อความลงโซเชียลโดยไม่ปรึกษาใครแม้แต่หัวหน้าคณะเมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา และเป็นข่าวฮือฮาไปทั่วโลกเพียงชั่วข้ามคืน

ล่าสุดเมื่อช่วงเช้าวันที่ 23 มิ.ย.63 วันเฮง ซีพีเอฟ กับ “น้าหนู” นายหญิงหัวหน้าคณะมีนะโยธิน เดินทางไปโรงพยาบาลเปาโล ย่านสะพานควาย เพื่อให้ หมอตุ๋ย รุ่งเจริญ นายแพทย์ WBC ทำการตรวจร่างกายอย่างละเอียด ใช้เวลา 2 ชม. จึงเสร็จสิ้นราวๆ 11.30 น. มีตรวจโพรงจมูกและดวงตา พบว่า โพรงจมูกซ้ายบวมอักเสบแต่ไม่ถึงขั้นต้องผ่าตัด เพียงแค่จ่ายยาให้ทานเพื่อดูอาการ ส่วนนัยน์ตาข้างขวามีอาการพร่ามัว แต่โดยรวมแล้วยังสามารถชกมวยได้แน่

วันเดียวกันข่าวจากอเมริกา โดย นาย บรรฑูรย์ บุตรบำรุง คนไทยในสหรัฐ ซึ่งพำนักอยู่ในมหานครนิวยอร์ก เผยว่า ที่อเมริกาในขณะนี้ ข่าวสารเรื่องวันเฮงตัดสินใจอยากแขวนนวมนั้น กลายเป็นที่ฮือฮากันอย่างมาก สื่อต่างๆอย่าง สกายสปอร์ต ฯลฯ เอ่ยถึงเรื่องนี้

ไม่เพียงเท่านั้น สื่อ “เดอะ ซัน” ของอังกฤษ ยังหยิบประเด็นเรื่องนี้ขึ้นมารายงาน เพราะวิพากษ์วิจารณ์ว่า หากข่าวเป็นจริงจะเป็นเรื่องน่าเสียดายไม่น้อย เพราะสถิติโลก แชมเปี้ยนไร้พ่ายตลอดกาลในปัจจุบันคือ จิมมี่ แบร์รี่ นักชกอเมริกันเชื้อสายไอริช ในยุคสงครามโลกครั้งที่ 2 นั้น เคยสร้างผลงานสูงสุดไว้ด้วยการไร้พ่ายโดยชนะ 58 ไฟต์ แต่เสมอ 10 ครั้ง และไม่มีการตัดสิน 1 ครั้ง

ขณะที่ วันเฮงของไทยนั้นมีสถิติสวยหรูชนะรวด 54 ไฟต์ ไม่แพ้ไม่เสมอ กำลังจะทำลายสถิติโลกตลอดกาลได้ไม่ยาก ซึ่งเป็นผลงานที่เหนือกว่า ริคาร์โด้ โลเปซ ยอดมวยเม็กซิกันไร้พ่าย (ชนะ 51 เสมอ 1) และ ฟลอยด์ เมย์เวทเธอร์ จูเนียร์ (ชนะรวด 50-0-0) ยอดมวยอเมริกัน เสียด้วยซ้ำ

ไม่เพียงเท่านั้นในทวีปเอเชีย ยังเป็นข่าวไปถึงอุซเบกิสถาน แจ้งว่า หากวันเฮงแขวนนวมจริง ชักโฮบิดิน ไซรอฟ (Shakhobidin Zoirov) ฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิกของตน ที่เพิ่งเทิร์นโปรชกอาชีพเพียงแค่ 3 ไฟต์ วัย 27 ปี จะก้าวขึ้นมาสร้างความยิ่งใหญ่แทนที่วันเฮง ซึ่งขนานนามว่าเป็น “คิงส์” ในรุ่นเล็กนี้เลยทีเดียว

เกี่ยวกับเรื่องนี้ “เสี่ยตังค์” ปิยะรัตน์ วชิรรัตนวงศ์ โปรโมเตอร์ใหญ่เพชรยินดี ผู้ปลุกปั้นจนวันเฮงกลายเป็นแชมป์โลกในปัจจุบัน กล่าวว่า ตนเองก็รู้สึกเหนื่อยหน่ายไม่น้อย กับสถานการณ์วงการมวยในยามนี้ อันเป็นผลกระทบจากวิกฤตไวรัสโควิด ที่ส่งผลให้คิวป้องกันแชมป์ครั้งที่ 13 ของวันเฮงที่อเมริกาต้องเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด แต่เพชรยินดีก็ได้ดูแลและช่วยเหลือวันเฮงมาตลอดในช่วงเฝ้าระวังไวรัส มีการจ่ายเงินเดือนให้ไม่ขาด รวมทั้งเรื่องค่ารักษาพยาบาลก็ออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด

เมื่อจู่ๆมีข่าวลือวันเฮงจะแขวนนวม ทางญี่ปุ่นก็มีการสอบถามย้ำมาถึงเรื่องนี้ และมีท่าที่อยากจะขอชิงแชมป์โลกจากเราอีกด้วย ทั้งหมดขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเจ้าตัว แต่ขอเรียนให้ทราบว่า เพชรยินดี และ ซีพีเอฟ นั้นพร้อมจะสนับสนุนต่อไปอย่างเต็มที่ ยิ่งโอกาสที่จะทำลายสถิติโลกตลอดกาล ซึ่งจะเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศชาติถือเป็นสิ่งสำคัญ

ขอเพียงโอกาสให้วันเฮงอดทนรอได้ไปชกในต่างประเทศ และสถานการณ์โลกคลี่คลายไปในทางที่ดี ตนยังเชื่อว่า ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝันแต่อย่างใด ขอเพียงให้วันเฮงยังมีไฟอยู่เท่านั้น

ส่วนทางด้าน วันเฮง หลังตรวจร่างกายเสร็จสิ้น เผยว่า ตนมีปัญหาเรื่องเจ็บโพรงจมูกหายใจไม่สะดวก แต่โดยรวมแล้วหากจะชกมวยต่อก็สามารถทำได้

“จริงๆแล้วผมเบื่อ ถ้าหากได้ชกเพียงแค่ปีละครั้งเท่านั้น..!!” ยักษ์แคระกล่าว ทว่าหลังได้ทราบข่าวต่างๆจากสื่อที่เผยแพร่ไปทั่วโลก จึงเปิดใจให้ฟังว่า ขอเวลาไคร่ครวญตัดสินใจให้รอบคอบอีกครั้ง เรื่องน้ำหนักตัวอะไรนั้น ไม่มีปัญหาหรอกครับ ผมลดได้แน่

แต่อยากให้มีโปรแกรมชกที่แน่นอนนั่นคือสิ่งสำคัญ เพราะการต้องเก็บตัวซ้อมยาวนานนั้นมันทรมานมากจนเป็นสาเหตุให้ท้อใจ แต่ขอเวลาดูอาการอีกสักนิดก่อนตัดสินใจอย่างเด็ดขาด ว่าจะเอาอย่างไร ซึ่งถ้ายังชกได้ก็พร้อมชก” แชมป์มินิมั่มเวต WBC วัย 34 ปีกล่าว

Author: มวย